25 ก.ย. 2569 · เจ๊งเพราะอะไร
อย่ารักสินค้าตัวเองให้มันมาก 🥴

อย่ารักสินค้าตัวเองให้มันมาก 🥴

ปัญหานี้คนที่เพิ่งเคยทำสินค้าเป็นเกือบหมดเลยครับ คือรักสินค้าตัวเองมาก อันนี้คิดมาอย่างดี ต้นทุนอย่างแจ่ม แต่ไม่รู้ทำไม ความจริงสินค้าแบบนี้มักจะขายไม่ค่อยออก พูดง่ายๆคือตลาดไม่ชอบสินค้าเรานั่นแหละ

ของชั้นคิดมาอย่างดี ต้นทุนก็แจ่ม ขายได้แน่นอน

นอกจากตัวคุณเองมีใครบอกว่าดีอีกมั้ย คิดมาดีแค่ไหนแต่ไม่มีอะไรการันตีว่าลูกค้าจะชอบ ผมแนะนำเลยนะ ก่อนจะภูมิใจกับสินค้า ถามก่อนว่าใครจะซื้อ ซื้อเพราะอะไร และคำถามสำคัญ “ทำไมตลาดถึงยังไม่มีคนทำ”

เดี๋ยวมันก็โต แค่คนยังไม่รู้จัก

พอมั่นใจในสินค้าตัวเองเกินไป ตอนขายไม่ออกก็พยายามดันต่อ แล้วก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าเดี๋ยวมันก็โต เดือนหน้าก็ยังดัน ดันจนเงินหมดไปเรื่อยๆ และมันจะแย่เข้าไปอีกถ้านี่เป็นธุรกิจใหม่ แล้วคุณพยายามปั้นธุรกิจนี้ด้วยสินค้าตัวนี้ตัวเดียว เพราะถ้ามันไม่รอด ไม่ใช่แค่สินค้าตัวนึงเจ๊ง ทั้งธุรกิจเจ๊งไปด้วย ทางที่ดีคุณต้องตั้งเส้นตายไว้เลยว่าจะวัดยอดขายเมื่อไหร่ ต้องขายได้เท่าไหร่ ถ้าขาดทุนเท่าไหร่ถึงจะพอ

คนส่วนใหญ่พลาดเพราะตอนสั่งผลิต

“ต้นทุนต่อชิ้นถูกลงถ้าสั่งเยอะ” ถ้าสินค้าใหม่คุณคิดแบบนี้ แววไม่รอดสูง อย่าเพิ่งไปคิดถึงว่าจะกำไรเท่าไหร่ คิดก่อนว่าจะขายได้มั้ย แต่คนมักจะพลาดตรงนี้แหละ สั่งเยอะจะได้ของถูก ทั้งที่ความจริงคุณควรเอาเงินในการสต็อคสินค้าบางส่วนมาทำการตลาดสินค้าต่างหาก การตลาดประเภทว่าของชั้นดีเดี๋ยวคนก็มา โบราณมาก เลิกคิดว่าจะได้ผลได้แล้ว

Hack ที่ดีที่สุดคือขายเลยแต่ไม่ต้องเยอะ

ง่ายที่สุดเลย คุณต้องลองตลาดก่อน ออกบูธ ยิงแอด แจกฟรี เริ่มจากสเกลเล็กๆ ช่วงนี้มันน่าอึดอัดเพราะคุณจะแทบไม่ได้กำไรเผลอๆขาดทุนอีก เพราะค่าบูธก็เสีย ค่าแอดก็เสีย ของแจกก็ไม่ได้เงินสักบาท มันใช้เงินเยอะแต่มันไม่เท่ากับคุณลงทุนทำมันเยอะๆ แล้วรู้อีกทีของเต็มคลังแต่ขายไม่ได้ อันนั้นแหละเจ็บจริง ผมแนะนำให้สั่งผลิตล็อตเล็กที่สุดที่โรงงานยอม ต้นทุนต่อชิ้นแพงขึ้นก็ยอม เอาไปลองขายจริงก่อน

คุณไปลองดูแบรนด์ใหญ่ๆก็ได้ สินค้าใหม่มักมาในช่วง expo ก่อน ถ้าไม่รอดก็แค่เอาออก เสียหายแต่ไม่เจ็บหนัก

สั้นๆง่ายๆในการทำสินค้า ถ้าไม่อยากเจ๊ง ต้องให้ตลาดรักสินค้า ไม่ใช่เราเป็นคนรัก

อยากได้ตัวช่วยที่ผมใช้เองไหม

ตารางที่ผมใช้จริงในร้านตัวเอง เปิดใน Google Sheet ได้เลย

ดูเครื่องมือทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง