
ทำไมจบบริหารมา ถึงทำธุรกิจไม่รอด?
ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด บอกเลยว่าคนจบบริหารแล้วทำธุรกิจไม่รอดมีเยอะมากครับ (อย่างน้อยก็ผมคนนึง) ตอนที่ผมเพิ่งเรียน MBA จบมาก็ไฟแรง อยากทำธุรกิจ พอทำจริงมันมีของบางอย่างที่ห้องเรียนสอนไม่ได้ หรืออาจารย์เองก็พูดตรงๆในห้องไม่ได้ และนี่คือข้อสรุปที่ผมได้มาจากตัวเองครับ
ความเหลี่ยมของคน วิชานี้ไม่มีในตาราง
ข้อนี้โคตรสำคัญ โคตรเจ็บ โคตรแสบ ที่ในมหาลัยให้ตายยังไงก็ไม่มีสอน เพราะคนมันร้อยพ่อพันแม่ อาจารย์เขาไม่มีทางบอกได้หมดหรอก อย่างมากก็ให้ตัวอย่างเป็นหนี้เสียจากลูกค้า ตั้งสำรองหนี้สูญในงบแล้วก็จบ แต่ของจริงที่คุณจะเจอมันมากกว่านั้น ทั้งลูกจ้างโกงเงิน คนขายของยัดไส้ส่งของไม่ครบ ลูกค้าเบี้ยวเงิน ลูกน้องออกไปเปิดบริษัทเอง พนักงานขยันลาแต่ทำงานไม่ได้เรื่อง ของพวกนี้คุณจะไม่มีทางเจอเลยในห้องเรียน และไม่มีใครเผื่อเรื่องพวกนี้ด้วย แต่ไอ้พวกนี้แหละครับ หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจคุณเจ๊งเลย
ประเมินคู่แข่งง่ายเกินไป
ในห้องเรียนเวลาประเมินคู่แข่งก็แค่ทำตารางจุดแข็งจุดอ่อนคู่แข่ง ถ้าวิเคราะห์ดีๆเราก็ชนะแล้ว แต่ของจริงไม่มีใครยืนนิ่งให้คุณวิเคราะห์หรอก จุดอ่อนที่คุณวิเคราะห์ หลายครั้งเค้ารู้อยู่แล้ว แต่ไม่แก้เพราะรู้ว่ามันไม่ใช่จุดสำคัญบ้าง หรือไม่ก็ตั้งใจทิ้งไว้แบบนั้นก็มี นอกจากคู่แข่งธุรกิจที่เก่งๆแล้ว มักจะชอบลืมคิดถึงพวกคู่แข่งสกปรก ใช้วิธีห่วยๆอย่างให้คนมาบอมรีวิว 1 ดาว หรือสร้างรีวิวปลอม
ตอนผมเรียน ผมเองก็เน้นแต่คิดผลิตภัณฑ์ การบริการของธุรกิจเรา พอมาเจอของจริงรู้แล้ว เกือบทุกครั้งที่ขายไม่ดี มันไม่ใช่เพราะสินค้าเราหรอก เพราะคู่แข่งเราต่างหาก
บ้าตัวเลข
คนไม่เคยทำธุรกิจ จะชอบเชื่อตัวเลขที่ตัวเองวิเคราะห์เกินไปเสมอ แต่ธุรกิจมันมีทั้งส่วนที่เป็นศาสตร์และศิลป์ การใช้ตัวเลขมาตัดสินใจหมดมันไม่พอครับ ตัวเลขบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยอดตก ต้นทุนขึ้น ลูกค้าหาย แต่มันบอกไม่ได้ว่า "ทำไม"
ของไม่อร่อย บริการห่วย หรือร้านข้างๆเปิดใหม่ ของพวกนี้ไปยืนดูหน้างานเอง คุยกับลูกค้าเอง ส่วนที่เป็นศิลป์มันคือเซนส์ เห็นลูกค้าหยิบของขึ้นมาแล้ววางลง เห็นคนเดินผ่านร้านแล้วไม่หันมอง พวกนี้ตัวเลขยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ แต่คนที่อยู่หน้างานรู้ก่อนแล้ว กลับกัน ถ้าเลขมันฟ้อง แสดงว่าก็มักจะสายไปแล้ว ผมแนะนำว่าใช้ตัวเลขเป็นตัวเช็ค ตัววัดผลงาน แต่อย่าใช้เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว
ความรู้มันเก่าง่าย
ยึดกับความรู้ที่เรียนมา ของในห้องเรียนมันดีเสมอ นี่คืออีโก้ใหญ่ที่คนจบบริหารมามักจะเป็น แต่ยุคนี้เทรนด์อะไรเปลี่ยนเร็วมากๆๆ ของที่ถูกเมื่อไม่กี่ปีก่อน ถึงเวลาจริงอาจจะใช้ไม่ได้แล้ว แต่คนที่ยึดตำราแน่นๆพอตลาดเปลี่ยนก็ไม่ยอมเปลี่ยนตาม เพราะคิดว่าชั้นทำถูกตามหลักแล้วนี่ ผมย้ำนะ ความรู้ที่เรียนมาเป็นแค่จุดเริ่ม ทุกอย่างต้องเอาไปเช็คกับตลาดจริงเสมอ ลูกค้าซื้อจริงมั้ย ตัวเลขจริงว่าไง ถ้ามันขัดกับที่เรียน เชื่อตลาด
ไม่ต้องอะไรมากครับ สมัยผมเรียนยังไม่มี AI เลย ลองถ้าตอนนี้ผมยังยึดกับที่เรียนมาอยู่ ธุรกิจจะเอาอะไรมารอด?
ตารางที่ผมใช้จริงในร้านตัวเอง เปิดใน Google Sheet ได้เลย
ดูเครื่องมือทั้งหมด

